scoop2
 

การตั้งเป้าหมาย และการวางแผนการขับรถมีส่วนช่วยให้การขับรถมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น



   scoop2_2 

เหตุผลก็คือ เมื่อมีการตั้งเป้าหมายก็จะมีความพยายามที่จะทำให้สำเร็จ ตามเป้าหมาย และเมื่อพยายามจะทำให้สำเร็จ ก็จะมีการวางแผนเพื่อทำให้ได้ ตามเป้าหมายนั่นเอง แล้วเมื่อทำได้ตามเป้าหมายก็ย่อมมี
ความสุข เมื่อมีความสุขในการขับรถ ผลงานก็ย่อมมีประสิทธิภาพสูงด้วยเช่นกัน


    ด้วยเหตุนี้จึงควรตั้งเป้าหมายทุกครั้งในการขับรถ ส่วนจะมีกี่เป้าหมายนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ สภาพรถสภาพงาน สภาพทาง และสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ

     อย่างไรก็ตาม รูปแบบการบริหารจัดการของหน่วยงานก็มีส่วนสำคัญ ที่จะผลักดันให้การขับรถของพนักงานขับรถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วยเช่นกัน

    เป้าหมายหลักๆในการขับรถของมืออาชีพที่พึงจะมี คือ ประหยัด ปลอดภัย มีน้ำใจถึงจุดหมายในเวลาที่เหมาะสม สินค้าเต็มจำนวนไม่เสียหาย การสึกหรอต่ำ สร้างเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กร และหลายคนรอคอยการกลับของท่านอยู่ เป็นต้น

    ทั้งนี้และทั้งนั้น การวางแผนที่ดีก่อนการขับรถก็มีส่วนช่วยให้ประหยัด ลดการสึกหรอและปลอดภัย ได้ตั้งแต่เริ่มต้นทีเดียวดังนั้นท่านจึงควร

  •  หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ต้องชะลอความเร็วบ่อย เบรกบ่อย และเปลี่ยนเกียร์บ่อย
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น หรือช่วงเวลาเร่งด่วน
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ต้องขึ้น-ลงทางลาด-ชัน หากมีเส้นทางราบให้เลือก ถึงแม้ ระยะทางจะไกลกว่าสักเล็กน้อยก็ตาม เหล่านี้เป็นต้น

    แต่ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงเส้นทาง และสภาพการจราจรดังกล่าวได้ ก็ต้องใช้เทคนิคเฉพาะในการขับรถให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

    ยกตัวอย่างเช่น หากต้องเผชิญกับสภาพเส้นทางที่ต้องชะลอความเร็วบ่อยเบรกบ่อย เปลี่ยนเกียร์บ่อย ก็ต้องใช้ความได้เปรียบที่นั่งสูงกว่ารถเล็ก มองสภาพทางด้านหน้าให้ไกลๆ เพื่อเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ที่จะปรับการขับรถให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพทางให้มากที่สุด โดยเฉพาะการใช้ความเร็วให้เหมาะสมจะทำให้ใช้เบรกน้อยและควรใช้เบรกเครื่องยนต์ช่วยชะลอความเร็วทุกครั้งก่อนใช้เบรกหลักเสมอ และที่สำคัญขอให้สมมุติว่า “เบรกไม่มี” ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ท่านขับรถได้ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาทีเดียว ทั้งประหยัด และปลอดภัยด้วย

    หรือในกรณีที่ต้องเผชิญกับสภาพการจราจรที่ปริมาณรถหนาแน่นหรือช่วงเวลาเร่งด่วน ท่านก็ต้องใจเย็นมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ แล้วใช้ประโยชน์จากการที่ท่านนั่งสูงกว่ารถขนาดเล็ก มองไปข้างหน้าให้ไกลๆ และใช้ความเร็วให้เหมาะสม โดยทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้อยู่ในระยะที่สามารถเลี้ยวหลบ หรือเบรกได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และที่สำคัญขอให้สมมุติว่า “เบรกไม่ดี” จะทำให้ท่านมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นกว่าปกติด้วยเช่นกัน

    และสุดท้ายหากท่านไม่สามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางขึ้น-ลงทางลาดชันได้ ท่านก็ต้องใช้เทคนิค “ขึ้นทางชันอย่าดันมอ และไม่ลงทางลาดชันด้วยเกียร์ว่าง” เข้าช่วย อีกทั้งรู้จักหากำไรจากแรงเฉื่อยของรถให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะทำให้ท่านขับรถได้ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น การสึกหรอต่ำลง ไม่เกิดความเครียดและปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

เรื่อง อาจารย์ขนิษสรณ์ เหมสุวรรณ์