เมื่อต้องเป็นตัวแทนของบริษัทฯ



interview_main
 
 
คนทั่วไปอาจจะรู้สึก กดดันและต้องพยายามอย่างเต็มที่ แต่ถามคุณประหยัดกลับได้คำตอบบนใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ... ไม่เลยครับ!!

 

    ทางบริษัทมีมาตรฐานการอบรมให้กับพนักงานโดยจะยึดตามหลักของ Safety Manual (คู่มือความปลอดภัยสำหรับพนักงาน) โดยจะมีเนื้อหา ตั้งแต่การปฐมนิเทศน์ให้พนักงานเกิดความเข้าใจในบริษัท การขับรถแบบมืออาชีพ การขับขี่ปลอดภัยการขับขี่เชิงป้องกันอุบัติเหตุ ทักษะการซ่อมบำรุงและการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน การขับรถประหยัดน้ำมันการบรรทุกสินค้า กฎหมายจราจร และทักษะเพิ่มเติมเช่น ปฐมพยาบาลการดับเพลิง การสอบสวนอุบัติเหตุซึ่งทางบริษัทต้องการให้พนักงานเกิดความตระหนักในเรื่องของอุบัติเหตุ ข้อกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานกับลูกค้าแต่ละราย เรื่องจริยะธรรมและการขับรถอย่างมีมารยาท เพื่อต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กรบนท้องถนน

interview1

    ในเรื่องของเทคนิคการขับ ทางนิ่มซี่เส็งก็ได้รับข้อมูลจากทางวอลโว่ทรัคส์ โดย อ.ธนิศร และ RTS Project ซึ่งจาก Project นี้ทำให้ได้ Senior Driver จำนวน 10 ท่าน คอยดูแลพนักงานทั้งหมดเป็นร้อยคนจะมีการย่อยการควบคุมลงเหมือนพี่ปกครองน้อง... แต่จะเป็นการดูแลอย่างใกล้ชิด และมีหน้าที่ทั้งตรวจสอบและคอยดูแลพฤติกรรมการขับขี่รวมถึงการแต่งกายของพนักงานโดยพนักงานทุกคนจะต้องพกคู่มือพนักงานติดตัวตลอดการทำงาน ภายในเล่มของแต่ละท่านจะมีการบันทึกประวัติของผู้ถือเล่มนั้นๆ เช่น รางวัลที่ได้รับ การสุ่มตรวจสารเสพติด การตรวจเช็ค แอลกอฮอลล์ โดย Senior ทั้ง10 ท่านมีการจัดเวรเป็น Safety Duty ออกสุ่มตรวจสอบ ตลอดเส้นทาง อาจจะเป็นจุดต้นทาง หรือที่จุดพักระหว่างทาง การเรียกเพื่อตรวจสอบอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งอีกหนึ่งมาตาฐานที่เราทำอย่างเข้มงวดคือ พนักงานที่ขับขี่ในวันนั้นจะต้อง เข้าตรวจเช็คแอลกอฮอลล์ก่อนขับทุกครั้ง...ผ่านถึงมีสิทธิออกรถได้!! และกรณีเกิดอุบัติเหตุ จะให้พนักงานลงบันทึกด้วยตัวเองและเขียนสาเหตุและวิธีแก้ไขทำให้เกิดความรู้และการตระหนักต่อตัวผู้ขับเองด้วย

    เป็นการทำให้ผู้ขับได้เข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุด้วยตัวเอง พร้อมคำแนะนำที่ถูกต้องและในที่ประชุมบางท่านยังได้มาแบ่งบันประสบการณ์ร่วมกันกับพนักงานขับท่านอื่นๆ ทำให้ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุจากความประมาทหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ลงได้มาก

interview2interview3

สามารถคว้าตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 1 ASIA FUELWATCH COMPETITION 2010 ที่ประเทศสวีเดน


    
คุณประหยัด ใจมั่น ตัวแทนจากบริษัท นิ่มซี่เซ็ง ขนส่ง 1998 ที่มาร่วมกิจกรรม VOLVO FUELWATCH COMPETITION 2010 และสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมทั้งเป็นตัวแทนจากประเทศไทย ไปคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 ASIA FUELWATCH COMPETITION 2010 เล่าให้เราฟังถึงประสบการณ์และความภูมิใจของกิจกรรมในปีที่ผ่านมา

    นั่นเพราะทางบริษัทได้มีการอบรมและเพิ่มทักษะและฝึกความแม่นยำเป็นการภายในค่อนข้างบ่อยเช่น ขณะที่อีกคนขับอยู่นั้นคนที่เหลือจะคอยดู เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ซึ่งการขับขี่จริงในการทำงานจะมีรุ่นพี่อาวุโสคอยแนะนำและควบคุมการขับขี่ของแต่ละท่านให้เป็นไปเกณฑ์ที่ทางเราตั้งเอาไว้อีกด้วย นั่นทำให้ทุกวันที่ผมทำงานเหมือนเป็นการฝึกฝนและในการแข่งขันผมก็ทำ เหมือนอย่างที่ผมทำงานคือวางแผนเส้นทางและขับขี่อย่างมีสติ ผลที่ได้จึงเหมือนผลจากการตั้งใจทำงานในทุกวันนี้....นี่คือคำตอบจากใจพร้อมรอยยิ้มตลอดการพูดคุย

    ในการแข่งขันของปี 2010 คุณประหยัด สามารถขับรถบรรทุกหัวลากวอลโว่ FM ได้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยที่ 4.895 ก.ม./ลิตร ได้รับรางวัลรวมมูลค่า 700,000 บาท รวมทั้งเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าแข่งขันขับรถบรรทุกประหยัดน้ำมันที่ ประเทศสวีเดน

    ในรอบชิงชนะเลิศของรายการ Pan-Asia Fuelwatch Competition ที่ผู้แทนของแต่ละ ประเทศทั่วเอเชีย ต้องมารวมตัวกันที่ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 8 - 15 ตุลาคม 2553 เพื่อตำแหน่ง วอลโว่ สุดยอดนักขับประหยัดน้ำมันแห่งเอเชีย โดยใช้รถ Volvo FH เครื่องยนต์ D13 Euro 5 SCR 460 hp พร้อมน้ำหนักบรรทุก 42 ตัน ซึ่ง คุณประหยัด ใจมั่น จากบริษัทนิ่มซี่เซ็ง ขนส่ง 1998 ตัวแทนจากประเทศไทย สามารถคว้าตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 1 ASIA FUELWATCH COMPETITION 2010 ด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่เฉือนกันเพียง 2.58 % กับตำแหน่งชนะเลิศ

    เมื่อถามถึงผู้ขับ (คุณประหยัด) ผู้ชนะเลิศการแข่งขันและได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยไปแข่งขันต่อที่ประเทศสวีเดน การเดินทางครั้งนี้ได้ประสบการณ์ อย่างไรบ้าง เค้าบอกว่าคือสิ่งที่หาไม่ได้จากการทำงานทั่วไปเพราะได้ความรู้หลาย อย่าง เช่น การอบรมก่อนการแข่งขันจริงจากอาจารย์ของวอลโว่ทรัคประเทศไทย ซึ่งได้ให้เทคนิคในการขับขี่ และได้นำไปใช้ในการแข่งขันจนสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศกลับมาได้

    เมื่อถามว่าดีกรีเป็นถึง รองชนะเลิศอันดับ 1 ASIA FUELWATCH COMPETITION 2010 สำหรับการแข่งขันในปี 2011ที่จะถึงนี้ จะให้คุณประหยัดเป็นตัวแทนอีกหรือไม่ คุณประหยัดบอกอย่างถ่อมตัว... ในบริษัทยังมีคนที่มีฝีมืออีกหลายท่าน คงต้องเปลี่ยนเพื่อให้ พนักงาน คนอื่นได้ประสบการณ์อย่างทั่วถึง และมองว่าการแข่งขันในปีนี้ ค่อนข้างท้าทายและคิดว่ายากกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

        
interview4
   

    ประสบการณ์ที่ได้ไปเยี่ยมชมโรรงานที่สวีเดน

    ทางวอลโว่ได้พาไปเยี่ยมชมความทันสมัยในการผลิต ซึ่งยอมรับว่าวอลโว่นั้นมีเทคโนโลยีการออกแบบและผลิตที่ทันสมัยมาก นอกจากนั้นยังได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ด้วย ซึ่งทางวอลโว่มิได้ผลิตเพียงรถบรรทุกเท่านั้นยังมีอุสาหกรรมต่อเรืออีกด้วย ซึ่งผมก็ได้ทดลองขับทั้งเรือและรถ รถคันที่ผมได้ทดลองขับนั้นเป็น EURO 4 รุ่น 460 ซึ่งบรรทุกสินค้าหนัก 30 ตัน โดยทดลองขับขึ้นเนิน ประทับใจมากเพราะขับคุมได้ง่าย รู้สึกเบาและขับสบายมาก

 

    จุดเริ่มต้นที่เลือกใช้รถยุโรป

    ในปีแรกๆของการดำเนินธุรกิจ นิ่มซี่เส็ง Express นั้น ได้ใช้รถตระกูลญี่ปุ่น ซึ่งพี่น้องทุกคนที่ก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่เริ่มต้น ทุกคนล้วนแต่เคยทั้งขับรถและขนส่งเอง ทำให้โดยส่วนตัวก็คิดว่ารถตระกูลยุโรปนั้นมาตรฐานดีกว่าอยู่แล้ว แต่ก็ติดขัดเรื่องเงินทุนที่จะนำมาซื้อในช่วงแรกแต่เมื่อมีการเปรียบเทียบข้อมูลรวมถึงค่าใช้จ่ายซึ่งได้มีการเก็บข้อมูลเรื่อยมาถึงปัจจุบันก็ประมาณ 20 ปี ทำให้มองเห็นถึงความคุ้มค่าในระยะยาวที่เหนือกว่า ที่สำคัญการเก็บข้อมูลจากผู้ขับประจำรถทุกคนที่ได้ขับวอลโว่ทรัคส์มีความผ่อนคลายในการขับขี่ที่มากกว่า ทำให้ได้เปรียบเรื่องชั่วโมงการทำงานและเพิ่มความปลอดภัย เพราะเราถือเสมอว่ารถทุกคันที่ติดป้ายนิ่มซี่เส็งวิ่งอยู่บนถนน เป็นเสมือนภาพลักษณ์ของบริษัท ต้องขับรถดี...และปลอดภัย ทั้งกับสินค้าและผู้ร่วมทางและเมื่อเปรียบเทียบมาตรฐานและบริการที่ดีของวอลโว่ ทรัคส์ อย่างการบริการนอกสถานที่ทันทีที่รถมีปัญหา และช่วยแก้ไขให้เดินทางต่อได้ทันที ซึ่งผู้ขับสามารถปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ทางโทรศัพท์ บางครั้งก็สามารถแก้ไขได้เองและเดินทางต่อได้ทันที่ จากปัญหาที่อาจทำให้งานล้าช้า ก็กลายเป็นเรื่องง่าย จึงได้เปลี่ยนมาใช้รถวอลโว่ทรัคส์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 17 คัน

 
interview5

การบริการต้องสะดวกและรวดเร็วทันใจผู้ใช้บริการ



    การบริการต้องสะดวกและรวดเร็วทันใจผู้ใช้บริการ

    จึงได้เกิดความคิดที่จะลงทุนซื้อรถยนต์สี่ล้อสำหรับบรรทุกผลไม้เองจากกรุงเทพฯ ซึ่งผลที่ได้คือ ใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าและผลไม้เสียหายน้อยมาก การเดินทางเพื่อขนสินค้าเองเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการเดินทาง จึงได้เกิดความคิดที่จะรับจ้างบรรทุกสินค้าที่จะไปส่งที่ กรุงเทพด้วยในระยะหลังตลาดผลไม้มีคู่แข่งเยอะขึ้น การค้าขายจึงได้ผลกำไรไม่ดีเท่าที่ควร จึงมุ่งไปที่การรับจ้างเพื่อบรรทุกมากกว่า จึงได้ลงทุนซื้อรถยนต์และที่ดินเพื่อขยายธุรกิจเพิ่มและได้ย้ายมาอยู่บริเวณตลาดเมืองใหม่ ต่อมาการขยายตัวด้านการขนส่งเพิ่มขึ้นก็ได้เกิดบริษัทนิ่มซี่เส็ง Express เพื่อรองรับการให้บริการด้วยสโลแกนที่ว่า “การบริการต้องสะดวกและ รวดเร็วทันใจผู้ใช้บริการ”

จุดเริ่มต้นของ
นิ่มซี่เส็ง
interview1bis
    ถึงวันนี้... น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อ “นิ่มซี่เส็ง” เพราะแทบทุกเส้นทางจากเหนือจรดใต้ เรามักจะเห็นรถขนส่งที่มีตั้งแต่ขนาดปิคอัพ 4 ล้อธรรมดา ไปจนถึงรถพ่วงขนาด 18 ล้อ วิ่งไปมาพร้อมสัญญาลักษณ์ “นิ่มซี่เส็ง”ที่ข้างตัวรถ โดยเฉพาะสายเหนือมีรถวิ่งขึ้นล่อง กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่าร้อยเที่ยว ด้วยรถที่วิ่งงานอยู่ทั้งหมดกว่าสามร้อยคันกับพนักงานถึง 2,018 คน กับธุรกิจในเครือ ที่ครอบคุมตั้งแต่บุคลธรรมดาที่ต้องการส่งของจากบ้าน ย้ายบ้านหรือย้ายหอพัก ไปจนถึงรองรับการกระจายสินค้าของบริษัทชั้นนำอย่างบริษัท Nestle , บริษัท CP All (7 Eleven) พร้อมงานบริการโกดังสินค้าและห้องเย็น กว่าจะมาเป็น อาณาจักร“นิ่มซี่เส็ง” ที่มีบริษัทในเครือถึง 7 ธุรกิจ และประสบความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากการร่วมแรงของทุกคนใน