การพัฒนาระบบ Hybrid plug-in ในวอลโว่บัส



Main_scoop

        
    วอลโว่พัฒนาระบบ
hybrid plug-in ในรถบัสให้สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ในระยะทางที่ไกลขึ้น อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการลดปริมาณการปล่อยไอเสียและนอกจากนั้นเครื่องยนต์ยังเงียบไร้เสียงรบกวน ทั้งนี้วอลโว่ได้ส่งรถบัส ไฮบริดรุ่นใหม่นี้มาใช้ในระบบขนส่ง ซึ่งถือเป็นรถบัส 3 คันแรกที่นำมาทดลองใช้ในเมืองโกเต็นเบิร์ก ประเทศสวีเดน โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป

  

    ปัจจุบันวอลโว่เป็นค่ายยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการพัฒนาระบบ Hybrid ในรถบัส และรถบรรทุก ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีกับยอดจำหน่ายรถบัสไฮบริดที่สูงถึง 250 คัน มีจุดเด่นคือเป็นรถบัสที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลงถึง 35%

    “การลดปริมาณมลภาวะของโลกเป็นสิ่งที่ทางวอลโว่ให้ความสำคัญมากที่สุดในวันนี้และอนาคต ดังนั้นรถบัสในปัจจุบันจะต้องมีความพร้อมทั้งเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับการให้บริการขนส่งสาธารณะและรถบัสระบบไฮบริดของเราก็เป็นรถที่โดดเด่นและดีที่สุดในการเป็นเทคโนโลยีทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม” Hakan Karlsson, CEO Volvo Busses กล่าว

    โดยแนวคิดของรถบัสระบบ Hybrid plug-in นี้คือมอเตอร์ไฟฟ้าของตัวรถสามารถชาร์จไฟจากวงจรไฟฟ้าได้ โดยการติดตั้งสถานีการจ่ายไฟฟ้าที่สถานีปลายทางของรถบัสแต่ละสายและใช้ เวลาในแต่ละครั้งสำหรับการชาร์จไฟเพียง 5-10 นาที ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้รถบัสนั้นสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ในระยะทางไม่ ต่ำกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 75% และเหมาะที่จะนำมาใช้ในเขตเมืองที่มีการควบคุมมลภาวะ

    สำหรับการทดลองใช้จะเริ่มในปี 2012 นี้กับถนนสาย 60 และในส่วนที่จะผลิตเพื่อจำหน่ายในตลาดนั้นอาจจะต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี แต่อย่างไรก็ตามวอลโว่ได้ตระหนักว่าการทดลองนี้จะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่เป็นกุญแจสำคัญในการลดมลภาวะของโลก