การที่เราจะทำให้รถบรรทุกเป็นพาหนะที่มีความปลอดภัยและสะดวกสบายมากที่สุดนั้นมีองค์ประกอบหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมอันทันสมัย ระบบการขับขี่แบบอัตโนมัติ และการออกแบบที่ปฏิวัติวงการ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนการพัฒนารถบรรทุกแห่งอนาคต แต่สิ่งหนึ่งที่เรามักมองข้ามไปนั่นคือ เสียงรบกวนที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆ ของรถบรรทุกอาจส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การขับขี่มากน้อยเพียงใด
อันที่จริง วอลโว่ ทรัคส์ ได้พยายามคิดค้นวิธีที่ทำให้ระดับเสียงรบกวนในรถมีความเหมาะสมมาเป็นเวลานานหลายสิบปี โดยในปี 1982 ได้มีการติดตั้งห้องควบคุมเสียงรบกวนวอลโว่ตัวแรกขึ้นที่เมืองโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน และนับจากนั้นมา มีการดำเนินการปรับปรุงระดับเสียงรบกวนภายในรถบรรทุกวอลโว่รุ่นต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมงานวิศวกรทดสอบเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนในโกเธนเบิร์กเป็นผู้รับผิดชอบดูแลอยู่ตลอดเพื่อให้วอลโว่ ทรัคส์นำหน้าเหนือคู่แข่งในด้านดังกล่าว
ห้องปฏิบัติการทดสอบเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนคือศูนย์รวมกิจกรรมที่ทำกันอย่างเงียบเชียบ เครื่องจักรที่ดูน่าสนใจส่องไฟสีแดงสว่างไปทั่ว และตรงกลางห้องสตูดิโอที่กว้างขวางแต่ดูเงียบสงบซึ่งมีผนังบุวัสดุดูดซับเสียงมีรถบรรทุก Volvo FH ที่ใช้ในการทดสอบจอดนิ่งอยู่ ที่นี่เราได้พบกับวิศวกร NVH (เสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และความสะท้าน) สามคน ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานร่วมกันในสาขาเฉพาะด้านมาเป็นเวลาหลายปี ทั้ง เทเรเซีย แมนส์, เกียร์ แอนเดรเซ่น และทอร์บโยร์น อาเกร็น ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมงานวิศวกรทั้งหมดราวสิบชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่จะประจำอยู่ที่นี่ รวมทั้งที่ศูนย์ทดสอบภาคสนามของวอลโว่ ทรัคส์ ที่ Hällered นอกเมืองโกเธนเบิร์ก
หลายคนมักคิดว่าเราแค่ต้องการลดระดับเสียงรบกวนเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วคุณภาพของเสียงก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน
บางครั้งการลดเสียงรบกวนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของรถอาจทำให้เสียงรบกวนอื่นๆ ที่ไม่เคยได้ยินก่อนหน้านี้กลับได้ยินชัดเจนขึ้นในทันทีได้
การพิจารณาถึงวิธีที่ผู้ขับขี่ได้รับข้อมูลจากเสียงรบกวนของรถบรรทุกคืออีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการทำงานของทีมงาน
“เรามักได้ยินมากกว่ามองเห็นการตอบสนองของรถบรรทุกจากภายในห้องโดยสาร” เทเรเซีย แมนส์กล่าว “เสียงรบกวนจะมาพร้อมข้อมูลที่ผู้ขับจะต้องดำเนินการอะไรสักอย่าง นอกจากนี้ คนทั่วไปมักไม่ใส่ใจต่อเสียงรบกวนที่สร้างความรำคาญนั้นจนกระทั่งมันหายไป”
การวัดระดับเสียงรบกวนทั้งหมดของรถบรรทุกเป็นงานที่ต้องดำเนินการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นลำดับ “บางครั้งการลดเสียงรบกวนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของรถอาจทำให้เสียงรบกวนอื่นๆ ที่ไม่เคยได้ยินก่อนหน้านี้กลับได้ยินชัดเจนขึ้นในทันทีได้” เกียร์ แอนเดรเซ่นล่าวต่อ “เราจึงกำลังรับมือกับรถบรรทุกทั้งคัน และบางครั้งเสียงรบกวนอาจเกิดจากพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของรถแล้วส่งผ่านไปยังภายในห้องโดยสาร เป็นต้น ดังนั้น การเก็บเสียงและงานด้านการพัฒนาเชิงโครงสร้างจึงสำคัญมากเช่นเดียวกัน”
การทำงานเพื่อปรับปริมาณความถี่ของเสียงรบกวนให้มีความเหมาะสมนั้นจะเน้นถึงความปลอดภัยของเสียงรบกวนในห้องโดยสาร
“คนขับอาจมีอาการเหนื่อยล้าอันเนื่องมาจากเสียงรบกวนความถี่ต่ำได้” เทเรเซีย แมนส์กล่าว “นี่่ไม่ใช่เรื่องของการสังเกตเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์และฟังแต่คุณภาพเสียงที่ดีเท่านั้น แต่เราต้องทำงานเพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่ผู้ขับขี่สามารถใช้เวลาในห้องโดยสารได้นานๆ โดยไม่ได้รับผลกระทบที่เป็นอันตรายจากเสียงรบกวนที่มีระดับเดียวกันตลอดเวลา แม้ว่าเสียงนั้นจะไม่ดังมากก็ตาม”
การแยกเสียงรบกวนบางอย่างในรถบรรทุกออกมาอาจเป็นงานที่ยากลำบากสำหรับวิศวกรทดสอบในห้องปฏิบัติการ เพราะ ‘The Encapsulated Truck’ เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา เนื่องจากจะต้องนำรถบรรทุกไปเคลือบทั้งคันเพื่อให้ทราบถึงแหล่งที่มาของเสียงและนำไปตรวจสอบในรายละเอียดต่อไป นอกจากนี้ มีการนำวิธีที่ใช้เวลาน้อยกว่ามาใช้ทั้งในห้องทดสอบและที่สนามทดสอบด้วยเช่นกัน
นี่่ไม่ใช่เรื่องของการสังเกตเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์และฟังแต่คุณภาพเสียงที่ดีเท่านั้น
“ช่วงเวลาที่พวกเรายุ่งที่สุดคือตอนที่ทำการทดสอบนอกสถานที่และสภาพอากาศเป็นใจมาก” ทอร์บโยร์น อาเกร็นกล่าว “เรามีงานที่ต้องเตรียมการมากมาย นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่เหลือก่อนที่จะเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดใหม่ยังเป็นช่วงเวลาที่กระชั้นมากๆ เพราะในบางช่วงเวลาเราก็มีโครงการบางอย่างต้องทำเช่นกัน”
ขณะที่เราโบกมือลาทีมงาน พวกเขากำลังจะเริ่มลงมือตั้งค่ากล้องตรวจจับเสียงแบบ 3 มิติ เพื่อทำการทดสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง ทอร์บโยร์น อาเกร็นกล่าวสรุปว่างานของพวกเขาเป็นเรื่องของการหาความสมดุลที่เหมาะสม ทั้งในความเป็นจริงและในเชิงเปรียบเทียบ
“เราคาดหวังที่จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งต้องอาศัยการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แต่ท้ายสุดแล้ว เราต้องการให้รถบรรทุกคงความเป็นเอกลักษณ์ของวอลโว่”
เครื่องยนต์:
เครื่องยนต์คือหัวใจสำคัญของรถบรรทุก และเสียงรบกวนของเครื่องยนต์คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยสื่อสารข้อมูลไปถึงผู้ขับขี่
ชุดเกียร์:
ระบบเกียร์ของรถบรรทุกส่งเสียงดังในขณะทำงาน ซึ่งเป็นเสียงที่สำคัญต่อการซิงค์กับส่วนอื่นๆ ของรถ
ระบบไอดี:
ช่องไอดีคือตัวเชื่อมโยงเสียงโดยตรงระหว่างกระบอกสูบของเครื่องยนต์และสิ่งรอบข้าง และสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ไปยังผู้ขับขี่
การควบคุมสภาพอากาศ:
ระบบปรับอากาศในรถบรรทุกไม่ควรทำงานได้ดีเท่านั้น แต่ไม่ควรสร้างเสียงที่รบกวนผู้ขับขี่อีกด้วย
ยาง:
แรงสัมผัสระหว่างถนนและยางทำให้เกิดเสียงรบกวนขึ้น ผู้ขับขี่รถบรรทุกที่มากประสบการณ์ใช้เสียงรบกวนของยางที่เปลี่ยนไปเป็นสัญญาณเตือนถึงสภาพถนนที่ลื่น
เพลาท้าย:
แรงบิดที่สูงจะถูกส่งผ่านจากเกียร์ไปที่ยางผ่านระบบเกียร์เพลาท้าย เกียร์ที่อยู่ในเพลาท้ายจึงต้องได้รับการปรับให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนที่ไม่จำเป็น
การผ่อนคลายจากความตึงเครียด
เมื่อขับรถในระยะทางที่ไกล สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือผู้ขับขี่ต้องรู้สึกสบายและผ่อนคลายภายในห้องโดยสารเพื่อให้มีสมาธิกับท้องถนนที่อยู่ตรงหน้าได้
การโต้ตอบที่ชาญฉลาด
ผู้ขับขี่จะฟังเสียงรบกวนต่างๆ ที่ดังขึ้นภายในรถบรรทุกซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของรถ จากนั้น ผู้ขับขี่ใช้ข้อมูลที่ได้รับเพื่อปรับสมรรถนะของรถให้มีความเหมาะสม นอกจากนี้ การโต้ตอบกับคนอื่นๆ ผ่านมัลติมีเดียยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต้องมีคุณภาพของเสียงที่ดี
การรับรู้ถึงคุณภาพ
เสียงทั้งจากภายในและภายนอกรถที่เหมาะสมเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมคุณภาพของวอลโว่ ตัวอย่างที่ดีคือเสียงปิดประตูรถ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่จะกำหนดแนวทางในเรื่องคุณภาพได้