องค์กรรักษ์สิ่งแวดล้อม

ในจังหวัดกูนีโอที่ห่างไกล Monge & C Spa ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงของอิตาลี ได้สร้างธุรกิจระดับสากลขึ้นจากเศรษฐกิจแบบเป็นมิตรต่อระบบนิเวศ (Eco-cycle Economy) รถบรรทุกมีบทบาทสำคัญในการช่วยอำนวยการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพไปสู่ลูกค้าชาวอิตาลี 8,000 ราย

Monge & C Spa ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงจากฐานการผลิตในชนบทของอิตาลีไปยัง 82 ประเทศ

ในบ่ายที่อากาศแจ่มใส ณ โรงงานของ Monge Group ซึ่งอยู่บริเวณรอบนอกของหมู่บ้านขนาดเล็ก โมนาสเตโรโล ดี ซาวีลยีอาโน โรงงานขนาดใหญ่ที่ดูโดดเด่นในพื้นที่แห่งนี้นับได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดและมีความก้าวล้ำมากที่สุดในยุโรป ในแง่ของการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูง และยังสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเต็มที่เนื่องจากมีห่วงโซ่การผลิตแบบองค์รวม บริษัททำทุกอย่างด้วยตนเอง นับตั้งแต่การเก็บรวบรวมวัตถุดิบที่สดใหม่ไปจนถึงการผลิตอาหารและกระป๋องด้วยตนเอง จนถึงขั้นตอนบรรจุภัณฑ์และการจัดจำหน่ายภายในอิตาลี แผงสุริยะที่นำมาวางบนหลังคาของทุกอาคารเป็นหนึ่งหลายในเครื่องหมายที่บ่งบอกว่า บริษัททุ่มเทความพยายามในการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่

 

ครอบครัวมอนเจ

โดเมนีโก มอนเจ (ทางด้านซ้าย) พร้อมกับบัลดัสซาเร ผู้เป็นบิดา และคริสตีอานา ลูกสาวของเขา “คุณพ่อของผมเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้น และผมทำงานที่นี่มาตลอดชีวิตของผม ผมไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างบริษัทกับครอบครัว"

สายการผลิตกระป๋อง

บริษัทผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นจำนวน 1,500,000 กระป๋องทุกวันใน 3 กะ 7 วันต่อสัปดาห์

“ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมหยั่งรากอยู่ในลักษณะการทำธุรกิจของเรา เพราะเรามีการรีไซเคิลผลพลอยได้จากโรงฆ่าสัตว์และนำมาเปลี่ยนให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่" โดเมนีโก มอนเจ กรรมการผู้จัดการของบริษัทครอบครัวแห่งนี้กล่าวอธิบาย

Monge Group มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ปี 1963 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ บัลดัสซาเร มอนเจ ก่อตั้งฟาร์มเลี้ยงไก่ขึ้น ในตอนนั้น ครอบครัวมีสุนัขตัวหนึ่งที่ป่วยจากโรคด้านการกิน และพวกเขาได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ว่าควรให้เนื้อไก่เป็นอาหาร 

“ในตอนนั้น ผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ แต่ผมจำได้ว่าคุณพ่อของผมได้เริ่มเตรียมอาหารสัตว์เลี้ยงในห้องครัวของคุณแม่ ด้วยการต้มกระป๋องเล็กๆ ในหม้ออบความดัน ต่อมาไม่นาน คุณพ่อก็เล็งเห็นว่าว่ายังมีตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และดังนั้น เราจึงค่อยๆ ขยายธุรกิจออกไปทีละน้อย" โดเมนีโก มอนเจเล่าถึงอดีต

สุนัขรับประทานอาหาร

โดเมนีโกและครอบครัวของเขามีสุนัขสองตัว อาหารสัตว์เลี้ยงที่บริษัทผลิตมีตั้งแต่โภชนาการพื้นฐาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ที่ป่วยเป็นโรค หรือสัตว์ที่ปฏิบัติหน้าที่พิเศษ เช่น สุนัขตำรวจ

เป็นเวลาหลายปีที่การทำฟาร์มเลี้ยงไก่ยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท แต่เมื่อโดเมนีโกและน้องสาวของเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะพัฒนาธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงขึ้น ซึ่งปรากฏว่าเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ธุรกิจเฟื่องฟูต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และในบางครั้ง ยังสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในระหว่างปี ปัจจุบัน Monge Group เป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลี และมีผลิตภัณฑ์ส่งออกไปยัง 82 ประเทศ แม้ว่าในปัจจุบันบริษัทจะจ้างพนักงานถึง 270 คน แต่บริษัทก็ยังคงเป็นบริษัทครอบครัวที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดของผู้ก่อตั้งของพวกเขา

“นับตั้งแต่แรกเริ่ม คุณพ่อของผมได้ส่งต่อค่านิยมของท่านมาสู่พวกเราที่เป็นลูก รวมทั้งรุ่นลูกของเรา และพนักงานของเราทุกคน การให้ความเคารพต่อสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของจริยธรรมของท่าน และเราพยายามลดการใช้พลังงานอยู่เสมอ ด้วยการใช้มาตรการประหยัดพลังงานต่างๆ เช่น การใช้แผงสุริยะ การลดการใช้น้ำ และการผลิตกระป๋องที่มีผนังบางลง เราจึงสามารถลดการใช้พลังงานของเราลงได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์" โดเมนีโก มอนเจกล่าว และเสริมว่า

“จุดแข็งของบริษัทของเราคือ ห่วงโซ่การผลิตแบบองค์รวม ระบบโลจิสติกส์ของเรามีการผนวกรวมเข้ากับตารางการผลิตอย่างใกล้ชิด ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ลดทอนค่าใช้จ่าย และมอบบริการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าของเรา สิ่งนี้มีความสำคัญสำหรับเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากฐานการผลิตของเราอยู่ห่างไกลจากตลาดจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูป”

ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมหยั่งรากอยู่ในลักษณะการทำธุรกิจของเรา

โดเมนีโก มอนเจ

กรรมการผู้จัดการ Monge & C Spa

หลังคาโรงงานของ Monge & C Spa

ด้วยการใช้มาตรการประหยัดพลังงานต่างๆ เช่น การใช้แผงสุริยะ การลดการใช้น้ำ และการผลิตกระป๋องที่มีผนังบางลง Monge & C Spa จึงสามารถลดการใช้พลังงานได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์

บัลดัสซาเร มอนเจ

บัลดัสซาเร มอนเจ ก่อตั้งฟาร์มเลี้ยงไก่ในปี 1963 เมื่อสุนัขของเขาป่วยเป็นโรคด้านการกินในเวลาต่อมา เขาจึงได้เริ่มผลิตอาหารสัตว์ด้วยเช่นกัน

ทำเลที่ตั้งของบริษัทตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งมักเรียกว่าเป็น “เกาะกูนีโอ” เนื่องด้วยความลำบากของสภาพถนนและการเชื่อมต่อกับเส้นทางหลักของอิตาลี จึงทำให้การจัดการงานด้านโลจิสติกส์ของบริษัทมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับ Monge Group นับตั้งแต่แรกเริ่ม องค์กรยังเป็นเจ้าของบริษัทที่ชื่อว่า Monge Logistica ที่มีรถ 48 คัน ซึ่ง 40 คันในจำนวนนี้เป็นรถวอลโว่ รถเหล่านี้ทำหน้าที่รับวัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวันและจัดส่งไปยังโรงงาน นอกจากนี้ ยังขนส่งสินค้าไปยังจุดขนส่งหรือแหล่งรวมการขนส่งของลูกค้าสำหรับตลาดในอิตาลี ซึ่งคิดเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายโดยรวมของกลุ่มบริษัท รถที่มีสมรรถนะสูงและประหยัดเชื้อเพลิงนับว่ามีความสำคัญ เนื่องจากกูนีโอมีสภาพการขับขี่ที่สมบุกสมบัน โดยมีถนนที่คับแคบ และมีภูมิประเทศเป็นภูเขา

“เราซื้อรถบรรทุกวอลโว่คันแรกๆ เมื่อตอนช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ซึ่งก็คือ Volvo F720 สองคันที่ผมเป็นคนขับด้วยตัวเอง เราเลือกวอลโว่เนื่องจากรถมีคุณภาพสูง และเราพอใจกับประสิทธิภาพของรถบรรทุกเป็นอย่างมาก วอลโว่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมของเราในปัจจุบัน” โดเมนีโก มอนเจ กล่าว

โดเมนีโก มอนเจ

หลังจากที่โดเมนีโก บุตรชายของบัลดัสซาเร เข้ามาดำเนินธุรกิจของครอบครัว เขาก็ได้ตัดสินใจพัฒนาและขยายการผลิตอาหารสัตว์ของบริษัท ซึ่งก็ได้กลายมาเป็นธุรกิจหลักแทนที่การเลี้ยงไก่อย่างรวดเร็ว

แม้ว่า Monge Group จะพึงพอใจกับรถบรรทุก แต่บริษัทก็ยังคงมองหาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ ขณะนี้ โดเมนีโกกำลังวางแผนที่จะเริ่มซื้อรถบรรทุก LNG จากวอลโว่ โดยได้อธิบายว่า การดำเนินการนี้สอดคล้องกับความต้องการที่จะเสาะหาโซลูชันใหม่ๆ ซึ่งถือได้ว่าอยู่ในดีเอ็นเอของบริษัทครอบครัวของเขา

“การวิจัยและพัฒนาเป็นส่วนสำคัญในความสำเร็จของเราอยู่เสมอมา การใช้ยานพาหนะที่ใช้ก๊าซไม่เพียงแต่จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้แก่สิ่งแวดล้อมได้มากเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อบริษัทของเราอีกด้วย เนื่องจากจะช่วยลดทอนค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม อันเป็นผลมาจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่จะกำหนดขึ้น อีกทั้งยังช่วยตัดปัญหาการขโมยน้ำมันดีเซลที่เราต้องประสบ เนื่องจาก LNG ไม่สามารถสูบถ่ายได้” เขากล่าว

นอกจากนี้ Monge Group ยังมองหาโอกาสในการปรับปรุงคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์ของรถของบริษัทโดยใช้โซลูชันต่างๆ และยังให้ความรู้แก่พนักงานขับรถของบริษัทเกี่ยวกับวิธีการลดการใช้เชื้อเพลิงอีกด้วย บริษัทได้จัดทำเอกสารเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรหรือ CSR ของตนเอง โดยมีเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมและหลักจรรยาบรรณด้านความซื่อสัตย์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ทุกครั้งที่บริษัทจ้างพนักงานใหม่ พนักงานจะได้รับการฝึกอบรมให้ปฏิบัติตามหลัก CSR นอกจากนี้ Monge Group จะจัดการฝึกอบรมปีละสองครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าหลักการว่าด้วยความประพฤติที่ดีนั้นได้รับการถ่ายทอดให้กับพนักงาน ลูกค้า และซัพพลายเออร์ 

การใช้ยานพาหนะที่ใช้ก๊าซไม่เพียงแต่จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้แก่สิ่งแวดล้อมได้มากเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อบริษัทของเราอีกด้วย เนื่องจากจะช่วยลดทอนค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม

โดเมนีโก มอนเจ

กรรมการผู้จัดการ Monge & C Spa

โดเมนีโก มอนเจ กับพนักงานขับรถของบริษัท

"เราให้ความสำคัญอย่างมากต่อความประพฤติของพนักงานขับรถบรรทุกของเรา เนื่องจากพวกเขาเป็นตัวแทนของบริษัทในการติดต่อกับลูกค้า นับว่าเป็นภาพลักษณ์ของเราในตลาด" โดเมนีโก มอนเจ กล่าว

“เอกสาร CSR สะท้อนถึงองค์ประกอบรากฐานของบริษัทของเรา เราให้ความสำคัญอย่างมากต่อความประพฤติของพนักงานขับรถบรรทุกของเรา เนื่องจากพวกเขาเป็นตัวแทนของบริษัทในการติดต่อกับลูกค้า นับว่าเป็นภาพลักษณ์ของเราในตลาด นอกจากนี้ พนักงานขับรถยังทำงานร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับร้านค้าปลีก เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้จัดส่งสินค้า" โดเมนิโกกล่าว

เขาเชื่อว่าความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัว ความปรารถนาในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และความเป็นมืออาชีพ ได้นำพาให้บริษัทของเขาพัฒนาและเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ในปัจจุบัน บริษัทสามารถทำการผลิตจนเกือบเต็มกำลังแล้ว โดยสามารถผลิตอาหารได้ถึง 70,000 ตันทุกปี อย่างไรก็ตาม ในปี 2018 Monge Group จะเปิดโรงงานแห่งใหม่และมีเป้าหมายในการผลิต 150,000 ตันต่อปี 

“เรื่องราวของบริษัทนี้ช่างน่าอัศจรรย์ใจ และเราก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมากต่อผลลัพธ์ ผมหวังว่า เราจะพัฒนาเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ” เขากล่าว 

 

การขับขี่ในกูนีโอ

รถที่มีสมรรถนะสูงและประหยัดเชื้อเพลิงนับว่ามีความสำคัญต่อ Monge & C Spa เป็นอย่างมาก เนื่องจากกูนีโอมีสภาพการขับขี่ที่สมบุกสมบัน เช่น ถนนที่คับแคบ และภูเขามากมาย

สภาพแวดล้อมในการขนส่ง:

Monge & C Spa

ก่อตั้งเมื่อ: ปี 1963
CEO: บัลดัสซาเร มอนเจ
กรรมการผู้จัดการ: โดเมนีโก มอนเจ
ส่วนแบ่งการตลาดในอิตาลี: 9.1 เปอร์เซ็นต์
การครอบคลุมทั่วโลก: ผลิตภัณฑ์ของ Monge ส่งออกไปยัง 82 ประเทศ
รายได้: 157 ล้านยูโร (2016)
จำนวนพนักงาน: 270 คน
จำนวนอาหารสัตว์เลี้ยงกระป๋องที่ผลิตทุกวัน: 1,500,000 กระป๋อง
กำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงต่อปี: 127,000 ตันในปี 2017 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 200,000 ตันในปี 2018
ขบวนรถ: รถบรรทุก 48 คัน โดย 40 คันจากวอลโว่ ทรัคส์
ระยะเวลาการเก็บไว้ใช้งาน (การใช้งานก่อนตัดจำหน่าย): 6 ปี
ปริมาณก๊าซ CO₂ ที่ลดลงจากการใช้แผงสุริยะ: CO₂ 1,059 ตันต่อปี
พลังงานไฟฟ้าเป็นกิโลวัตต์ต่อปีที่ผลิตด้วยเครื่องผลิตความร้อนร่วมกับไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง: 3,500,000 กิโลวัตต์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Related News

รถบรรทุกน้ำหนักเบาแต่รองรับน้ำหนักได้มากขึ้น

เนื่องจากบริษัท Arclid Transport ดำเนินธุรกิจในตลาดที่มีการแข่งขันสูง พวกเขาจึงต้องเพิ่มน้ำหนักบรรทุกให้ได้สูงสุดเพื่อสร้างผลกำไร ด้วยการเลือกลงทุนในโซลูชันด้านระบบขนส่งแบบเฉพาะ ประกอบกับการฝึกอบรมผู้ขับขี่ ในที่สุด ปีเตอร์ คอนเวย์ ...

การนำระบบ IT มาปรับใช้

การสามารถรู้ได้ว่ารถบรรทุกของคุณกำลังบรรทุกอะไรและอยู่ที่ไหนด้วยข้อมูล 'เรียลไทม์' ที่แม่นยำนับเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือสิ่งที่ เบน แวน ลียูเว็น แห่ง Frigolanda ทำได้สำเร็จ...

การส่งสินค้าเย็น

เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว มาร์ก แคลร์ ได้ซื้อกิจการขนส่งนม และเริ่มทำธุรกิจด้วยรถบรรทุกเพียงคันเดียว ในปัจจุบัน บริษัทของเขาถือว่าเป็นหนึ่งผู้ให้บริการสินค้าแช่แข็งและสินค้าควบคุมอุณหภูมิอันดับหนึ่งในไอร์แลนด์...

ตัวกรองบทความ

5 true 5